1.ความสัมพันธ์ระหว่างโรคเก๊าท์กับโรคไต
- โรคเก๊าท์ทำให้เกิดโรคไต: กรดยูริกที่สูงเกินไปในเลือดจะตกผลึกเป็นผลึกยูเรต (Urate Crystals) สะสมตามข้อต่อ และสามารถไปสะสมที่เนื้อไต จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เนื้อไตพังผืด หรือเกิดเป็น นิ่วกรดยูริกในไต ซึ่งอาจอุดตันทางเดินปัสสาวะและทำให้ไตเสื่อมลง
- โรคไตทำให้เกิดโรคเก๊าท์: เมื่อประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง (ไตเสื่อม) ไตจะไม่สามารถขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้ตามปกติ ทำให้กรดยูริกคั่งในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลให้เกิดโรคเก๊าท์กำเริบได้ง่ายขึ้น
2. อาการที่ต้องสังเกต
ความน่ากลัวคือโรคไตในระยะแรกมัก ไม่มีอาการ ชัดเจน จึงมักตรวจพบเมื่อไตทำงานลดลงไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม สามารถสังเกตสัญญาณเตือนแบ่งตามระบบได้ดังนี้:
อาการทางข้อ (โรคเก๊าท์)
- ปวดข้ออย่างรุนแรงและเฉียบพลัน: มักเริ่มที่นิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า
- ข้อปวด บวม แดง ร้อน: มักกำเริบช่วงกลางคืนหรือเช้าตรู่
- มีปุ่มก้อนขึ้นตามข้อ (Tophi): เกิดจากผลึกกรดยูริกสะสมเป็นก้อนใต้ผิวหนัง เช่นบริเวณข้อนิ้วมือนิ้วเท้าหรือใบหู
อาการทางไตและระบบปัสสาวะ (ภาวะแทรกซ้อนทางไต) ปัสสาวะผิดปกติ:- ปัสสาวะเป็นฟองมากและไม่ยุบหายไปง่ายๆ (แสดงถึงโปรตีนรั่วในปัสสาวะ)
- ปัสสาวะปนเลือด หรือสีคล้ายชา/น้ำโค้ก
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
- ปัสสาวะออกน้อยลงมาก
- มีอาการบวม: บวมบริเวณหน้าแข้ง หลังเท้า หรือหนังตาโต๊ะตอนเช้า (เกิดจากการคั่งของน้ำและโซเดียม)
อาการทางร่างกายอื่นๆ (เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น):- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ผิวแห้งคัน
- ความดันโลหิตสูงขึ้นควบคุมยาก
- ปวดหลังหรือปวดเอวข้างใดข้างหนึ่ง (อาจเกิดจากนิ่วในไต)
3. ข้อควรระวังสำคัญสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์
⚠️ อันตรายจากการใช้ายาแก้ปวด: ผู้ป่วยโรคเก๊าท์มักซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS (เช่น Ibuprofen, Naproxen, Arcoxia ฯลฯ) ทานเองเมื่อมีอาการปวดข้อ การใช้ยาเหล่านี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือปริมาณมากอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อไต และทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้
- สรุปแนวทางการดูแลและป้องกัน
1. พบแพทย์เพื่อตรวจฟังก์ชันไต: ควรตรวจเลือดดูค่า Cr (Creatinine), eGFR และตรวจปัสสาวะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
2. ปรับการทานยาอย่างถูกต้อง: ไม่ซื้อยาแก้ปวดทานเองเรื้อรัง และทานยาคุมระดับกรดยูริกตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
3. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: ดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร (หากแพทย์ไม่ได้สั่งจำกัดน้ำ) เพื่อช่วยขับกรดยูริกและลดการเกิดนิ่ว
4. คุมอาหาร: ลดการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง (เช่น เครื่องในสัตว์ ปีกไก่ สุรา และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง)